วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

Luxury Car 2011 @ CentralPlaza Rama 2 วันที่ 21-27 ก.ย 54

สัมผัสความเลิศหรูอลังการของรถยนต์ที่หลายคนรอคอย ตื่นตาตื่นใจก่อนใครกับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ Cadillac Escalade Luxury SUV สุดหรูในงาน Luxury Car 2011 @ CentralPlaza Rama 2

Luxury Car 2011 เอาใจผู้ที่หลงใหลในความเร็วที่มาพร้อมกับสมรรถนะชั้นเลิศของรถสปอร์ต และพบกับรถยนต์หลากหลายแบรนด์ดังที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกท่านพร้อมพบกับไฮไลท์เปิดตัว PORSCHE เปิดตัว Cadillac Escalade Luxury SUV สุดหรูที่ได้รับการโหวตว่าดีที่สุดในโลกจาก US News Ranking ครั้งแรกในประเทศไทย


นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ

- พบกับรถยนต์สุดหรูในฝันที่ยกขบวนมาอวดโฉมรวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท อาทิ Lamboghini LP560 คันแรกในประเทศไทยจาก Royal Motors,
RUF RT12S, Mercedes Benz SLS-Class AMG 6.3 AT, Porsche Panamera และ Jaguar XJ 3.0 Portfolio เป็นต้น

- ผู้ที่สนใจออกรถใหม่สามารถจองและรับโปรโมชั่นสุดพิเศษจากค่ายรถชื่อดังได้ในงานนี้งานเดียวเท่านั้น

- พบกิจกรรมจากศิลปินชื่อดังที่สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมามอบความสุขให้กับทุกท่าน

พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วในงาน “Luxury Car 2011 @ CentralPlaza Rama 2”

ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน นี้ ณ ลานหน้าลิฟท์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ โทร 02-866-4300

เตรียมตัวตื่นตาตื่นใจกับ SUV สุดหรู Cadillac Escalade ในงาน “Luxury Car 2011 @ CentralPlaza Rama 2” 21-27 กันยายน นี้


วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

เพิ่มช่องทางลงประกาศขายรถยนต์มือสอง ออนไลน์24ชั่วโมง ฟรี

ช่องทางประกาศขายรถที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะและฟรี คือช่องทางการลงประกาศขายรถฟรีทางอินเตอร์เน็ต ถ้าท่านมีรถยนต์คิดที่จะขายรถของท่าน สามารถลงโฆษณาขายรถยนต์ฟรีได้ที่


โดยขั้นตอนในการลงโฆษณาขายรถยนต์ฟรี ได้ง่ายง่าย สบาย ไม่ต้องสมัครสมาชิก กรอกข้อมูลรายละเอียดโฆษณาให้ครบและตรงตามความต้องการขายรถยนต์มือสองของท่าน
1 ราคา
2 ที่สะดวกติดต่อ
3 สภาพรถยนต์
4 อุปกรณ์เพิ่มเติมที่นำมาติดตั้ง แต่งรถยนต์
5 อัพโหลดรูปรถยนต์ที่ลงโฆษณาขายรถยนต์ เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจการซื้อ

ลงประกาศขายรถยนต์ฟรีกับทางเว็บ five4cash ยังมีข้อมูลสินเชื่อรถยนต์มือสอง อำนวยความสะดวกในการซื้อขายรถยนต์ของท่านให้ซื้อง่าย ขายคล่อง เมื่อจัดไฟแนนซ์รถยนต์แล้วมีคำตอบให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายว่า

  • ผู้ขายได้รับเงินจากการขายรถได้ประมาณกี่วัน วันไหน
  • ผู้ซื้อได้รับรถยนต์ประมาณกี่วัน วันไหนรับรถมือสองไปใช้งาน
สามารถดูรายละเอียดข้อมูลสินเชื่อรถยนต์ได้ที่ www.five4cash.com

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

คาดตลาดรถยนต์มือสองป่วน ภาษีรถคันแรก

นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัท กสิกรไทยลิสซิ่ง กล่าวถึงมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ของรัฐบาล ที่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ว่า จะส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวมจะเติบโตขึ้น ทั้งในส่วนของยอดการผลิตและยอดการซื้อ โดยปีนี้ยอดขายรวมเพิ่มเป็น 920,000 คัน จากเดิม 900,000 คัน ปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1,000,000 คัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจรถยนต์มือสอง โดยบางแห่งอาจจะขาดทุน เพราะราคาขายรถมือสองจะต้องปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่บวกกำไรเพียงคันละ 30,000-40,000 บาท ส่วนดอกเบี้ยธุรกิจเช่าซื้อ ที่มีแนวโน้มปรับขึ้น เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรค โดยสินเชื่อเช่าซื้อจะยังขยายตัวประมาณร้อยละ 12

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สนับสนุนนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรก ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศเท่านั้น เมื่อยอดการขายเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ จะได้รับผลดี เช่น เหล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ ยาง กระจก ปิโตรเคมี

ด้านนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่ควรใช้เฉพาะรถยนต์ผลิตในประเทศเท่านั้น เพราะขัดหลักสากลและอาจถูกฟ้องร้องได้

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000115651

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปี54 ไตรมาส2 พุ่งเฉียดแสนล้าน

แบงก์ชาติจับตา "สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์" พุ่งกระฉูด เผยไตรมาส 2 เติบโตสูงสุดเฉียด แสนล้าน ดันหนี้ภาคครัวเรือนพุ่ง 16.5% ด้านผู้ประกอบการลีสซิ่งยันสินเชื่อเช่าซื้อเป็นดีมานด์ตลาดแท้จริง เติบโตตามยอดขายรถใหม่ไม่ใช่ฟองสบู่เพราะไม่มีการเก็งกำไรเหมือนอสังหาฯ ยอมรับมาตรการคุม "เงินดาวน์-ดอกเบี้ย" ช่วยยกระดับคุณภาพหนี้มั่นใจปีหน้าพอร์ตเช่าซื้อรถโตถึง 8.3 แสนล้านบาท

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ว่าภาวะหนี้ในระบบโดยรวมตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยการขยายตัวในอัตราที่สูงเป็นผลจากการฟื้นตัวช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากที่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นประเด็นที่ ธปท.มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งมาจากการขยายตัวทั้งในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยและเช่าซื้อ โดยส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถนั้นเห็นการขยายตัวสูง เนื่องจากในช่วงหลังธนาคารพาณิชย์หันมาให้ความสนใจในตลาดนี้มากขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้การแข่งขันในตลาดค่อนข้างรุนแรง

ทำให้มีความเป็นไปได้ ที่ภาคครัวเรือนจะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการกู้สินเชื่อบุคคล มาเป็นการใช้สินเชื่อรถแลกเงินมากขึ้น เนื่องจากเป็นการกู้ที่ได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า และเป็นการลดความเสี่ยงในระบบธนาคารพาณิชย์ เพราะสินเชื่อมีหลักประกัน ต่างจากสินเชื่อบุคคลที่เสี่ยงสูงเพราะไม่มีหลักประกัน

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ (ธปท.) กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สินเชื่อภาคครัวเรือนยังขยายตัวระดับสูงที่ 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจากการที่ธุรกิจยานยนต์ฟื้นตัวจากเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีหลัง อาจทำให้ความต้องการสินเชื่อของภาคครัวเรือน ซึ่งรวมถึงสินเชื่อเช่าซื้อมากขึ้นได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่เห็นสัญญาณการชำระหนี้ที่ผิดปกติ แต่ในมุมของ ธปท.เห็นว่า สินเชื่อในกลุ่มเช่าซื้อมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก ซึ่ง ธปท.ไม่ได้ประมาท โดยมีการติดตามสถานการณ์สินเชื่อเช่าซื้อใกล้ชิด

ข้อมูลของ ธปท.ระบุว่า ณ ไตรมาส 2 ระบบธนาคารพาณิชย์มีสินเชื่อคงค้างอยู่ 8,463,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2553 สุทธิ 680,403 ล้านบาท หรือ 8.74% โดยสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพิ่มขึ้นสุทธิ 149,917 ล้านบาท หรือ 7.41% โดยสินเชื่อเพื่อการซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ มีการขยายตัวมากสุด คือเพิ่มขึ้นสุทธิ 72,736 ล้านบาท หรือ 14.58%

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า การแข่งขันของธุรกิจลีสซิ่ง นอกจากการให้สินเชื่อรถใหม่แล้ว ขณะนี้พบว่าสินเชื่อรีไฟแนนซ์ หรือจำนำทะเบียนรถยนต์ เป็นอีกตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง โดยมีผู้นำตลาดรายใหญ่โดดเข้ามาแข่งขันอย่างรุนแรง ทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตอย่างมาก อาทิ "กรุงศรี คาร์ ฟอร์ แคช" ที่มีแคมเปญดอกเบี้ย 0.30% ต่อเดือน วงเงินสูงสุด 100% ผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน รวมถึงลีสซิ่งกสิกรไทยก็เพิ่งออก "สินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย" ที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่น สามารถปิดบัญชีได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ พร้อมกับขยายวงเงินสินเชื่อให้สูงสุดถึง 100% ของมูลค่ารถ หรือโครงการ "รถแลกเงินของธนชาต" เป็นต้น

ด้านนายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทิศทางตลาดเช่าซื้อรถยนต์ที่เติบโตอย่างร้อนแรงมากในช่วงนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นก็ตาม แต่ถือว่าดอกเบี้ยเช่าซื้อยังต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อหลาย ๆ ประเภท และเชื่อมั่นว่าตลาดนี้เติบโตไปตามดีมานด์ของตลาดรถใหม่ ไม่ได้เกิดจากการเร่งเครื่องสินเชื่อ หรือเกิดภาวะเก็งกำไรแต่อย่างใด

"ตลาดรถยนต์คงไม่มีใครเข้ามาเก็งกำไรเหมือนตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพราะรถยนต์มีแต่มูลค่าลดลง คงไปเก็งกำไรไม่ได้ และอายุสินเชื่อก็สั้นกว่า สินเชื่อบ้านค่อนข้างมาก ซึ่งในการพิจารณาสินเชื่อก็ต้องดูว่าลูกค้ามีความสามารถชำระเงิน อาชีพชัดเจน มีรายได้สม่ำเสมอเป็นหลักอยู่แล้ว"

นายอิสระกล่าวอีกว่า ปัจจัยหลักในการสะท้อนความเสี่ยงสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ก็คือ เงินดาวน์ ยิ่งวางเงินดาวน์ต่ำ ก็มีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยในส่วนของเงินดาวน์ปัจจุบันมีการลงมาเล่นที่เงินดาวน์ถึงต่ำ 0-5% ซึ่งจะเป็นแคมเปญพิเศษเฉพาะกลุ่ม เฉพาะรุ่น ดังนั้น หาก ธปท.จะควบคุมให้สินเชื่อนี้มีคุณภาพ ก็อาจเป็นการกำหนดเกณฑ์เงินดาวน์ขั้นต่ำก็ได้ เช่น วางเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่า 10-20% หรือจะคุมเกณฑ์ดอกเบี้ยขั้นต่ำก็ได้เช่นกัน

สำหรับแนวโน้มของตลาดรถใหม่ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.8-9.2 แสนคัน ขยายตัว 10-15% โดยมูลค่าสินเชื่อในระบบจะอยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท เติบโต 28% ขณะที่คาดการณ์ถึงปี 2555 ยอดขายรถใหม่น่าจะขยายตัวต่อเนื่องในอัตรา 6-12% เป็นจำนวนรถใหม่ 9.5 แสนคัน-1.01 ล้านคัน และเชื่อว่าสินเชื่อจะขยายตัวถึง 30% เป็นมูลค่า 8.32 แสนล้านบาท

นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดที่เติบโตร้อนแรงในวันนี้ เป็นผลจากการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมกับตลาดรถใหม่ที่ขยายตัวค่อนข้างหนักในปีนี้ แต่เชื่อมั่นว่าไม่ใช่ภาวะฟองสบู่ เพราะสัดส่วนของรถยนต์ในไทยต่อจำนวนประชากรยังค่อนข้างน้อย และเมื่อดูจากตัวเลขการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัวประมาณ 20% ถือว่าไม่ได้มากจนผิดปกติ

"ยอมรับว่าการจะคุมการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะจะล้อไปกับปริมาณการเติบโตของรถใหม่ ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยสะท้อนต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น การกำกับดูแลก็ต้องสมดุลไม่ให้กระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ"

ส่วนการกำกับดูแลด้วยเงื่อนไขการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำนั้น นายณรงค์เห็นว่า อาจจะช่วยได้บางส่วน แม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มเห็นสัญญาณการแข่งขันเรื่องดาวน์ต่ำออกมาต่อเนื่อง ต่ำสุด 0-5% แต่ก็เป็นการจำกัดเฉพาะกลุ่ม เช่น เลือกเฉพาะรถบางรุ่น หรือลูกค้าบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ขณะเดียวกันปริมาณธุรกรรมที่อยู่ในกลุ่มเงินดาวน์ต่ำกว่า 10% มีเพียง 10-15% เท่านั้น ถือว่าไม่เยอะมาก

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1315361007&grpid=00&catid=no

นโยบาย รถคันแรก อาจส่งผลให้ค่ายรถผลิตอีโคคาร์ไม่ทัน กระทบการตัดสินใจซื้อ รถป้ายแดง

นายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคทีบี ลีสซิ่ง จำกัด ในเครือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) กล่าวถึงนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลว่า เนื่องจากมาตรการ รถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่เน้นให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับผู้ซื้อที่ไม่เคยเป็นเจ้าของรถมาก่อน ทำให้ประเมินได้ว่าจะมีผู้ที่อยู่ในข่ายได้ประโยชน์นี้ไม่มากนัก และ อาจทำได้เพียงกระตุ้นความต้องการซื้อให้ เพิ่มขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะไม่ได้ส่งผลโดยรวมต่ออุตสาหกรรมรถยนต์และธุรกิจลีสซิ่ง

ทั้งนี้ นโยบายที่เน้นรถยนต์อีโคคาร์ นั้น จะพบว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือปริมาณรถยนต์ที่จะส่งมอบไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะในรถยนต์ที่เป็นแบรนด์หลักของธุรกิจ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ได้มีผลบวกต่อธุรกิจมากนัก เนื่องจากแม้จะมีความต้องการ และมียอดขาย แต่รถยนต์ประเภทอีโคคาร์ ที่มีปริมาณการผลิตไม่เพียงพออาจมีผลต่อการตัดสินใจของผูบริโภคได้เช่นกัน นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ผอ.อาวุโสธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (TBANK) กล่าวถึงนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลว่า ขณะนี้ความชัดเจนยังไม่มากนัก แต่ถ้ามองในแง่ของผู้บริโภคอาจเป็นการช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศที่ดีในกลุ่มผู้ที่ต้องการมีรถยนต์ คันแรก ซึ่งการลดหย่อนต่างๆ จะช่วยเพิ่ม กำลังซื้อให้แก่ผู้บริโภคได้ อย่างไรก็ตามหากรายละเอียดของนโยบายสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์ได้จริง ก็ย่อมมีผลดีต่อทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์และธุรกิจลีสซิ่ง

ส่วนนโยบายดังกล่าวจะมีผลกระทบ ต่อตลาดรถยนต์มือสองหรือไม่นั้น นายอนุชาติ กล่าวว่า ไม่น่าจะกระทบทั้งในเชิงยอดขายและราคา เนื่องจากเมื่อพิจารณารายละเอียดของนโยบายนี้เบื้องต้น คาดว่าจะมีเงื่อนไขที่เกี่ยวเนื่องกับ ระบบฐานผู้จ่ายภาษีเป็นหลัก ดังนั้นผู้ที่ไม่เข้าข่ายก็ยังมีจำนวนสูงพอสมควร อีกทั้งกลไกของราคาจะเป็นตัวประคองภาพรวมของตลาดรถยนต์มือสองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามรายละเอียดในเงื่อนไขต่างๆ ก่อน ซึ่งธนาคาร ยังไม่จำเป็นต้องมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพิ่มเติมจากปัจจุบันแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำหรับพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารขณะนี้ มีสัดส่วนรถกระบะคิดเป็น 55% ของสินเชื่อรวม และ 45% เป็นสินเชื่อรถเก๋ง โดยในส่วนนี้จะมีสัดส่วนของรถยนต์ที่เป็นอีโคคาร์ไม่ถึง 20%

ก่อนหน้านี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้เร่งรัดให้กรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายรถคันแรกว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ และจะเร่งนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภาย ในสัปดาห์ถัดไป สำหรับหลักเกณฑ์ในการดำเนินการเบื้องต้นนั้น ยังคงมีนโยบายให้มีการคืนภาษีสรรพสามิตเต็มอัตราแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรถกระบะและรถอีโคคาร์

“ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างที่กรมสรรพากรจะต้องไปหารือเรื่องวิธีการคืนภาษีว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะยังติดปัญหาทางเทคนิคในการดำเนินการอยู่นิดหน่อย แต่จะเร่งให้ได้ข้อสรุปให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันเข้า ครม.ภายในเดือนก.ย.นี้และให้สามารถประกาศใช้ได้ทันภายในวันที่ 1 ต.ค. 2554” นายบุญทรง กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า เรื่องภาษีรถยนต์คันแรกยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้สิทธิประโยชน์แก่รถประเภทไหน เพราะถ้าให้รถอีโคคาร์ก็จะทำให้มีค่ายรถยนต์แค่ 2 ค่ายที่ได้ประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของรถกระบะก็ยังไม่สรุปชัดว่าจะเป็นรถกระบะ 2 ประตู หรือ 4 ประตู หรือรถกระบะแบบดัดแปลง เพราะถ้าให้สิทธิได้หมดก็จะทำให้มีรถ ที่เข้าข่ายได้ลดภาษีเพิ่มอีกมากกว่า 1 แสนคัน

ทั้งนี้ ยังต้องคำนึงถึงประชาชนทั่วไป ที่ซื้อรถยนต์คันแรก อาจจะร้องเรียนว่าไม่ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม ซึ่งถ้ารัฐยอมลดภาษีให้เป็นการทั่วไปทั้งหมด จะทำให้รายได้ของรัฐหายไปปีละหลายหมื่นล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก
http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413355300

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

กระตุ้นยอด ตลาดซูเปอร์คาร์ครึ่งปีหลัง

ค่ายคาวาลลิโน ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เฟอร์รารี่ และ นิช คาร์ ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ลัมโบร์กินี ควงแขนกระตุ้นตลาดรถซูเปอร์คาร์ด้วยการเปิดตัวรถใหม่ เริ่มตั้งแต่ เฟอร์รารี่ เอฟเอฟ ขณะที่นิช คาร์ เตรียมเปิดรุ่นพิเศษปลายเดือนหน้า พร้อมจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดให้อีกหนึ่งแบรนด์ซูเปอร์คาร์ โลตัส ด้วยการนำรถฟอร์มูล่า วัน มาจัดกิจกรรมและโชว์ทั้งปี

นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เฟอร์รารี่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่าได้ทำการเปิดตัวรถยนต์เฟอร์รารี่ เอฟเอฟ แบบ 4 ที่นั่งขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพิเศษเป็นครั้งแรกของเฟอร์รารี่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 12 สูบ 6262 ซีซี 660 แรงม้า และสามารถทำความเร็วจาก 0 ไปสู่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 3.7 วินาที สนนราคาจำหน่ายรถในรุ่นใหม่นี้ประมาณ 32 - 33 ล้านบาท หรือ 725,000 ยูโร

"ยอดขายรวมของคาวาลลิโน มอเตอร์ นับตั้งแต่ทำตลาดในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนกว่า 40 คัน คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีรวมสะสม 50 คัน ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้ยอดขายเราเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากแผนงานด้านรถรุ่นใหม่ ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเปิดเฟอร์รารี่ 458 สปายเดอร์ คาดว่าจะเป็นหลังจากเดือนกันยายนนี้ ส่วนเรื่องราคานั้นคาดว่าจะแพงกว่ารุ่น 458 ธรรมดาประมาณ 20%"

ขณะที่การแข่งขันระหว่างผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการกับเกรย์มาร์เก็ตที่มีการนำรถเข้ามาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า และรวดเร็วกว่านั้น นางนันทมาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการเกรย์มาร์เก็ตหลายราย เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือไม่ให้นำรุ่นรถใหม่เข้ามาจำหน่ายชนกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี และในส่วนของบริษัทก็เปิดให้บริการหลังการขายสำหรับรถที่มาจากเกรย์มาร์เก็ตเช่นเดียวกัน แต่ว่าจะต้องเป็นรุ่นรถที่มีจำหน่ายก่อนที่บริษัทจะเข้ามาทำตลาด หรือ หากเป็นรถในรุ่นปัจจุบันก็จะมีการพิจารณาอีกทีหนึ่ง

ด้านนายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการบริษัท นิช คาร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ลัมโบร์กินี,ฮัมเมอร์และ โลตัส เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายรถซูเปอร์คาร์ทั้ง 2 แบรนด์ ทำให้บริษัทมีแผนการตลาด เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ Lamborghini Gallardo Tricolore ในเดือนตุลาคม สนนราคาจำหน่ายประมาณ 22 ล้านบาท

ขณะที่ในแบรนด์โลตัส แม้ว่าในครึ่งปีหลังนี้จะไม่มีแผนงานเปิดตัวรถใหม่ แต่จะมีการกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดกิจกรรมใหญ่ Formula 1 LRGP R31 ในงาน "Welcome LRGP R31 in Thailand" ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2554 ณ โซนแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำหรับไฮไลต์ภายในงานจะเป็นการนำรถฟอร์มูล่า วัน ของโลตัส มาร่วมโชว์ให้แฟนคนไทยได้สัมผัส

โดยกิจกรรมดังกล่าวนิช คาร์ ได้จับมือกับพันธมิตรบริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องโททาลและเอลฟ์ จากประเทศฝรั่งเศส บริษัทหนึ่งในกลุ่มสิทธิผล ,บริษัท ริช อินดัสตรีส์ จำกัด และ CTS บริษัท คริสตัล ซิลด์ โปรเฟสชั่นนอล คาร์ โค้ทติ้ง จำกัด
นายวิทวัส กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวใช้งบประมาณกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะนำรถมาโชว์แล้ว หลังจากนั้นจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องต่อไปในระยะเวลา 3 ปี โดยจะมีไฮไลต์สำคัญในช่วงต้นปี 2555 ซึ่งบริษัทกำลังจะร่างแผนงานว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

"เราพยายามจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นยอดขายของโลตัส เนื่องจากยังไม่มีรถรุ่นใหม่เข้ามาแนะนำสู่ตลาด ซึ่งการนำรถฟอร์มูล่า วันที่เป็นแบรนด์โลตัส เข้ามาโชว์นั้น ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีซูเปอร์คาร์ของรถในแบรนด์โลตัสว่าไม่แพ้ซูเปอร์คาร์แบรนด์อื่นๆในโลก "
นายวิทวัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดขายของนิช คาร์ ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบัน แบ่งออกเป็น ลัมโบร์กินี มีจำนวน 24 คัน และ โลตัส 20 คัน คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมียอดขายรวมประมาณ 60 คัน เติบโตจากปีที่ผ่านมา

ด้านโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่บนถนนมอเตอร์เวย์ ที่ตั้งงบลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท บนเนื้อที่ 6,500 ตารางเมตร จะเริ่มก่อสร้างกลางเดือนตุลาคมนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการในกลางปี 2555 โดยโชว์รูมใหม่แห่งนี้จะเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการที่ครบวงจรของรถยนต์ทุกแบรนด์ที่นิช คาร์ ทำตลาด และจะมีจำนวนช่องซ่อมที่เปิดให้บริการกับลูกค้ากว่า 30 ช่องซ่อม

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,667  4- 7  กันยายน พ.ศ. 2554

ซีวิค รุ่นพิเศษ สปอร์ต เพิร์ล 1.8 ลิตร สนนราคา 949,000

ฮอนด้าเดินเครื่องเพิ่มยอดขายไตรมาส 4 ส่งซีวิค รุ่นพิเศษ สปอร์ต เพิร์ล 1.8 ลิตร สนนราคา 949,000 บาท พร้อมปรับองค์กรแต่งตั้งคนไทยรับตำแหน่งรองประธานอาวุโสเป็นครั้งแรก มั่นใจกลยุทธ์แนวรุกจะขับเคลื่อนยอดขายรวมทั้งปี 1.27 แสนคัน

นายอาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่มีความแข็งแกร่ง, ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น, อัตราเงินเฟ้อ-ค่าเงินบาทที่ควบคุมได้ รวมไปถึงแนวโน้มการลงทุนของต่างประเทศที่จะเข้ามาในประเทศไทย ปัจจัยดังกล่าวทำให้มีความเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์ในปี 2554 จะสามารถทำยอดขายได้ 920,000 คัน และจะเติบโตอีกประมาณ 9%หรือปริมาณ 1 ล้านคันในปี 2555

ในส่วนของฮอนด้า มียอดขายในครึ่งปีแรก 46,370 คัน เติบโตจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ในตอนแรกคือ 45,000 คัน โดยรถยนต์ที่ได้รับความนิยมยังคงเป็น ฮอนด้า ซิตี้ ,ฮอนด้า ซีวิค,ฮอนด้า แจ๊ซ ซึ่งทั้งสามรุ่นมียอดขายคิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 80% ของยอดขายรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมด ขณะที่เป้าหมายยอดขายทั้งปีของฮอนด้าในปีนี้วางไว้ที่ 127,200 คัน

นายอาซึชิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทจึงทำการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษ ซีวิค สปอร์ต เพิร์ล ที่มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.8 ลิตร 140 แรงม้าเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ไฮไลต์ของรถรุ่นพิเศษนี้คือสีขาวมุก(บริลเลียนต์)และตกแต่งสปอร์ตรอบคัน ตั้งแต่สเกิร์ตหน้า,สเกิร์ตข้าง,สเกิร์ตหลัง,สปอยเลอร์หลัง,หม้อพักท่อไอเสียแบบท่อคู่,ล้ออัลลอย 16 นิ้วสีขาวใหม่สไตล์สปอร์ตและสัญลักษณ์พิเศษสปอร์ต เพิร์ล

ส่วนภายในมีการตกแต่งคิ้วบันได สเตนเลสส์ดีไซน์ใหม่ แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต และพรมปูพื้นดีไซน์สีแดงใหม่ โดยฮอนด้า ซีวิค รุ่นพิเศษนี้มีจำหน่ายในจำนวนจำกัดสนนราคาในรุ่น 1.8 EAT AS ราคา 949,000 บาท

นายอาซึชิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากรถรุ่นพิเศษ และรถรุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวสู่ตลาดในปลายปีนี้แล้ว แผนงานอื่นๆที่กำลังทยอยเพื่อรองรับการเติบโตก็คือการผลิตรถยนต์ 2 สายการผลิต 2 กะแบบเต็มกำลัง 100% รวมไปถึงเดินหน้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีการลงทุนกว่า 1,700 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 195 ราย ให้เพิ่มขึ้นเป็น 250 รายภายในปี 2555

นอกจากนั้นแล้วฮอนด้า ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับองค์กรด้วยการแต่งตั้งนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารคนไทยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 กันยายนนี้

สำหรับนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร อายุ 48 ปี มีประสบการณ์การทำงานกับฮอนด้ามากว่า 10 ปี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย และได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง ซึ่งจะดูแลส่วนงานขาย ส่วนงานการตลาด และส่วนงานบริการทั้งหมดของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,667 4- 7 กันยายน พ.ศ. 2554